ยางขอบ 18 มีเบอร์อะไรบ้าง รวม 27 ไซซ์ที่มีของจริงในร้าน แยกเก๋ง ครอสโอเวอร์ SUV หรู และกระบะ พร้อมรุ่นรถที่ใช้แต่ละเบอร์ตามข้อมูลผู้ผลิต และรุ่นที่ยางหน้า-หลังต่างกัน

ยางขอบ 18 ที่มีของพร้อมขายในสต็อก TAIRODGROUP ตอนนี้มี 27 ไซซ์ หน้ากว้างตั้งแต่ 215 ถึง 285 มม. แก้มยางซีรีส์ 35 ถึง 65 ไซซ์ที่มีตัวเลือกมากที่สุดคือ 265/60R18 30 รุ่นจาก 11 แบรนด์ ตามด้วย 225/45R18 และ 225/40R18 ส่วน 235/65R18 มีน้อยที่สุดเพียง 3 รุ่น
ตัวเลขชุดนี้นับจากสินค้าที่ร้านมีของจริง ไม่ใช่รายการไซซ์ทั้งหมดที่โรงงานยางผลิต เพราะไซซ์ที่ไม่มีใครนำเข้าก็ช่วยเจ้าของรถไม่ได้ ถ้าไซซ์ของคุณไม่อยู่ในกราฟ ให้เปิด หน้ารวมทุกไซซ์ยาง หรือค้นจาก รุ่นรถของคุณ ก่อน ถ้ายังไม่เจอ ส่งรูปแก้มยางเดิมทางไลน์ ทีมงานจะเช็คกับผู้นำเข้าให้อีกทาง

ใน 225/45R18 เลข 225 คือหน้ากว้างยางเป็นมิลลิเมตร 45 คือความสูงแก้มยางเป็นเปอร์เซ็นต์ของหน้ากว้าง และ 18 คือขนาดวงล้อเป็นนิ้ว เลข 18 จึงบอกแค่ว่ายางสวมล้อ 18 นิ้วได้ ส่วนหน้ากว้างกับความสูงแก้มที่ต่างกันทำให้เส้นรอบวงต่างกันมาก ยางขอบ 18 แต่ละเบอร์จึงใช้แทนกันเองไม่ได้
คำนวณจากตัวเลขบนแก้มยางได้เลย 215/45R18 มีแก้มสูงราว 97 มม. ขณะที่ 265/60R18 สูงราว 159 มม. เส้นผ่านศูนย์กลางรวมต่างกันกว่า 120 มม. ถ้าใส่ผิดเบอร์ มาตรวัดความเร็วกับระบบเบรก ABS ที่อ่านรอบล้อจะคลาดทันที วิธีอ่านรหัสส่วนอื่นอย่างดัชนีรับน้ำหนักอยู่ใน บทความวิธีเลือกยางให้เหมาะกับรถ

รถเก๋งขนาดกลางถึงใหญ่หลายรุ่นในไทยใช้ 235/45R18 ได้แก่ Toyota Camry Honda Accord e:HEV Tesla Model 3 MG4 Electric และ Lexus ES ส่วน Honda Civic FE ใช้ 235/40R18 Mazda3 (Fastback/Sedan) ใช้ 215/45R18 และรถเก๋งหรูอย่าง Mercedes-Benz E-Class กับ BMW 5 Series ใช้ 245/45R18 ตามข้อมูลผู้ผลิตที่บันทึกไว้
235/45R18 เป็นจุดที่รถราคาล้านต้น ๆ กับรถหรูมาเจอกัน ตอนนี้มี 28 รุ่นจาก 11 แบรนด์ ราคาต่อเส้น ฿3,200–10,500 ส่วน 245/45R18 ของกลุ่ม E-Class และ 5 Series มี 20 รุ่น ในนั้นเป็นรันแฟลต 5 รุ่นสำหรับรถที่ออกโรงงานมากับยางแบบนี้ ก่อนสั่งควรดูแก้มยางเดิมว่ามีตัวย่อรันแฟลตหรือไม่ รายละเอียดรายรุ่นดูต่อที่ หน้ายางรถ BMW และ หน้ายางรถ Mercedes-Benz

ครอสโอเวอร์ที่ขายดีในไทยกระจายอยู่ 4 เบอร์หลัก 215/55R18 ใช้กับ Toyota Yaris Cross Mazda CX-30 และ BYD Atto 3 ส่วน 225/50R18 ใช้กับ Toyota Corolla Cross Honda HR-V e:HEV และ BYD Seal ถัดมาคือ 225/55R18 ของ Subaru Forester Peugeot 3008 Geely EX5 และ 235/55R18 ของ Volvo XC40 Audi Q3 Volkswagen Tiguan / Tiguan R
สี่เบอร์นี้ต่างกันแค่ 10 มม. ที่หน้ากว้างหรือ 5 ที่ซีรีส์ บนแก้มยางจึงดูคล้ายกันมาก ความผิดพลาดที่เจอบ่อยคือสั่ง 225/50R18 ไปใส่รถที่ใช้ 225/55R18 เพราะเห็นเลข 18 ตรงกัน ทั้งที่เส้นผ่านศูนย์กลางรวมต่างกันราว 22 มม. อีกเบอร์ในกลุ่มนี้คือ 225/60R18 ของ Toyota Alphard NETA X และ Kia EV5 ซึ่งตอนนี้มีเพียง 12 รุ่น ถ้ารถคุณใช้เบอร์นี้ควรเช็คของก่อนนัดติดตั้ง

SUV หรูหลายค่ายใช้ 235/60R18 ร่วมกันในล้อชุด 18 นิ้ว ได้แก่ Volvo XC60 Volvo XC90 Mercedes-Benz GLC Audi Q5 Lexus NX และ Range Rover Evoque รวมถึง Honda CR-V e:HEV และ Hyundai Santa Fe ส่วน Audi Q7 ใช้ 255/60R18 และ Lexus RX ใช้ 235/65R18
235/60R18 มี 26 รุ่นจาก 9 แบรนด์ ราคาเริ่มสูงกว่าเบอร์ครอสโอเวอร์ที่ ฿4,200 เพราะส่วนใหญ่เป็นยาง SUV ระดับกลางถึงพรีเมียม ขณะที่ 255/60R18 กับ 235/65R18 มีของน้อย (6 และ 3 รุ่น) เจ้าของ Q7 หรือ RX ที่ใช้ล้อ 18 นิ้วควรจองล่วงหน้า ส่วนรถที่ออกมากับล้อ 20 นิ้ว ความต่างของการขับขี่อธิบายไว้ใน บทความยางขอบ 18 กับ 20 ต่างกันอย่างไร

กระบะและ PPV ที่ขายในไทยแทบทั้งตลาดใช้ 265/60R18 ในล้อ 18 นิ้ว ได้แก่ Toyota Fortuner Toyota Hilux Revo / Travo Isuzu D-Max Isuzu MU-X Mitsubishi Triton Mitsubishi Pajero Sport และ Mazda BT-50 เมื่อรถ 12 รุ่นใช้เบอร์เดียวกัน ผู้นำเข้าจึงเอาเข้ามาหลายแบบ ตอนนี้จึงมี 30 รุ่นจาก 11 แบรนด์
ช่วงราคา ฿2,850–7,650 ครอบคลุมตั้งแต่ยางดอกถนน H/T ไปจนถึงดอก A/T และ M/T สำหรับคนที่ลุยทางฝุ่น ส่วน Ford Ranger รุ่น Wildtrak กับ Ford Everest รุ่น Trend ใช้ 255/65R18 ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีสต็อกพร้อมส่ง แนะนำให้ทักไลน์ทีมงาน ขณะที่ Nissan Navara กับ Nissan Terra ใช้ 255/60R18 ความต่างของดอกยางแต่ละแบบเปิดดูได้ที่ Toyo Open Country R/T และ Yokohama Geolandar X-AT

รถขับหลังสายสปอร์ตหลายรุ่นใช้ยางหลังกว้างกว่ายางหน้า BMW 3 Series ชุดล้อ M Sport แบบ staggered ใช้ 225/45R18 หน้าคู่ 255/40R18 หลัง Mercedes-Benz C-Class ใช้ 225/45R18 หน้าคู่ 245/40R18 หลัง และ BMW 5 Series (G30) ชุดล้อ 18 นิ้วแบบ staggered ใช้ 245/45R18 หน้าคู่ 275/40R18 หลัง รถกลุ่มนี้สลับยางหน้า-หลังแบบไขว้ตำแหน่งไม่ได้
รถไฟฟ้าบางรุ่นก็ใช้วิธีเดียวกัน Leapmotor B10 ใช้ 225/50R18 หน้าคู่ 235/50R18 หลัง และ Porsche Macan ชุดล้อ 18 นิ้วใช้ 235/60R18 หน้าคู่ 255/55R18 หลัง เวลาสั่งยางรถกลุ่มนี้ต้องระบุตำแหน่งให้ชัด และตรวจว่ายางหน้ากับหลังเป็นรุ่นเดียวกัน ถ้าจะเปลี่ยนทีละคู่ อ่านเงื่อนไขเพิ่มได้ที่ บทความเช็คยางรถยนต์เมื่อไหร่ดี

ในสต็อกตอนนี้มียางรันแฟลตขอบ 18 รวม 46 รุ่น กระจุกอยู่ในไซซ์ของรถยุโรป มากที่สุดคือ 225/40R18 6 รุ่น รองลงมาคือ 225/45R18 225/50R18 245/45R18 255/40R18 และ 275/40R18 ไซซ์ละ 5 รุ่น ส่วนไซซ์กระบะอย่าง 265/60R18 และไซซ์ครอสโอเวอร์อย่าง 215/55R18 ไม่มียางรันแฟลตเลย
ยางรันแฟลตมีแก้มเสริมให้วิ่งต่อได้ระยะหนึ่งหลังลมรั่ว รถที่ออกโรงงานมากับยางแบบนี้มักไม่มียางอะไหล่ เมื่อเปลี่ยนจึงควรใช้รันแฟลตต่อ ถ้าอยากเปลี่ยนเป็นยางธรรมดาให้คุยเรื่องชุดปะยางฉุกเฉินก่อน ส่วนรหัสรันแฟลตของแต่ละยี่ห้ออย่าง ZP RSC SSR ดูเทียบได้จากชื่อรุ่นในหน้า 225/40R18 และ 225/50R18

ยางขอบ 18 ในสต็อกตอนนี้เริ่มราว ฿2,450 ต่อเส้น และแพงสุดราว ฿12,500 ช่วงที่กว้างขนาดนี้ไม่ได้มาจากขนาดยาง แต่มาจากกลุ่มยาง ในเบอร์เดียวกันอย่าง 245/45R18 มีตั้งแต่ ฿2,450 ไปจนถึง ฿10,100 เพราะมีทั้งยางคุ้มค่าจากเอเชียและยางพรีเมียมสายสปอร์ต
วิธีเลือกให้คุ้มคือเริ่มจากเบอร์ที่ถูกต้องก่อน แล้วค่อยเลือกกลุ่มยางตามการใช้งาน รถที่วิ่งในเมืองเป็นหลักไม่จำเป็นต้องจ่ายค่ายางสปอร์ตระดับบนสุด ส่วนรถที่ใช้ความเร็วสูงบ่อยควรดูผลทดสอบเบรกเปียก ตัวอย่างการเทียบรุ่นในตระกูลเดียวกันอยู่ใน บทความ Pilot Sport 4 กับ 5 ต่างกันยังไง และภาพรวมยางแบรนด์ต่าง ๆ ดูได้ที่ ยาง Michelin ยาง Bridgestone และ ยาง Yokohama
