
Tesla Model 3 ตัว Highland มียางสามแบบตามล้อ คือ 18 นิ้วกับ 19 นิ้วของ Long Range ที่ใช้เบอร์เดียวทั้งคัน และ 20 นิ้วของ Performance ที่หน้ากับหลังคนละเบอร์ ข้อมูลเบอร์ยางอ้างอิงหน้าสเปกของ Michelin ประเทศไทยสำหรับ Model 3 ปี 2024
Model 3 ก่อนไมเนอร์เชนจ์ (ขายไทย 2565-2566) / Highland (2567-ปัจจุบัน)

รุ่นนี้มีชุดล้อที่ยางหน้ากับยางหลังคนละขนาด สลับยางหน้า-หลังไม่ได้ และเวลาสั่งต้องระบุให้ชัดว่าต้องการเส้นหน้าหรือเส้นหลัง
Model 3 Highland รุ่น Long Range ทั้งขับหลังและขับสี่ ใช้ 235/45R18 กับล้อ 18 นิ้ว หรือ 235/40R19 กับล้อ 19 นิ้ว สองชุดนี้ใส่ยางเบอร์เดียวกันครบสี่ล้อ ส่วนรุ่น Performance ล้อ 20 นิ้วเป็นชุดหน้าแคบหลังกว้าง ใช้ 235/35R20 ที่ล้อหน้า และ 245/35R20 ที่ล้อหลัง
สามชุดนี้มาจากหน้าสเปกรถของ Michelin ไทย ซึ่งแยกไว้เป็นสามหน้าตามกำลังมอเตอร์ เวลาสั่งยางให้ดูตัวเลขบนแก้มยางเส้นเดิมเทียบก่อน เพราะรถ Long Range ที่เปลี่ยนล้อแต่งมาแล้วอาจไม่ตรงกับตารางนี้ ส่วนแรงดันลมไม่ได้ขึ้นกับเบอร์ยาง ให้ใช้ค่าบนสติกเกอร์ขอบประตูฝั่งคนขับเสมอ
ถ่ายรูปแก้มยางเดิมส่งมาทาง LINE ทีมงานอ่านขนาดและเช็คสต็อกให้ทันที
ล้อ 18 นิ้ว ใช้เบอร์เดียวทั้ง 4 ล้อ: Highland Long Range (RWD/AWD) และรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ RWD / Long Range (ข้อมูล Michelin TH)
ล้อ 19 นิ้ว ใช้เบอร์เดียวทั้ง 4 ล้อ: Highland Long Range และรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ (ข้อมูล Michelin TH)
ล้อ 20 นิ้ว รุ่น Performance ล้อหน้า ทั้ง Highland และรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ปี 2023 (Michelin TH ลงทั้ง 235/35R20 และ 245/35R20)
ล้อ 20 นิ้ว รุ่น Performance ล้อหลัง ทั้ง Highland และรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ปี 2023 ตามข้อมูล Michelin TH





















ต้องคิดสองเรื่อง คือยางหน้ากับหลังสลับตำแหน่งกันไม่ได้ และตัวเลือกสองฝั่งไม่เท่ากัน ในร้านตอนนี้ 235/35R20 ด้านหน้ามีเพียง 7 รายการจาก 6 ยี่ห้อ ราคา ฿3,650-12,300 ขณะที่ 245/35R20 ด้านหลังมี 21 รายการจาก 11 ยี่ห้อ ราคา ฿3,000-14,800 การหารุ่นเดียวกันครบทั้งหน้าและหลังจึงจำกัดอยู่ไม่กี่ตระกูล
รุ่นที่มีทั้งสองเบอร์ในร้านคือ Minerva Radial F205, Kumho Ecsta Sport-S PS72 EV, Yokohama Advan Sport V107, Pirelli PZero PZ4 Sports และ Michelin Pilot Sport 4S ส่วน Continental SportContact 7 มีแค่ฝั่งหน้า ถ้าเลือกรุ่นนี้ด้านหน้าจะต้องหาคู่ด้านหลังจากที่อื่นหรือยอมใช้คนละรุ่น ซึ่งทำให้การเกาะถนนหน้าหลังไม่สมดุลกันเท่ายางตระกูลเดียว
ด้านหลังยังมียางรันแฟลต 3 รายการ ได้แก่ Goodyear Eagle F1 Asymmetric 5 RSC ROF, Asymmetric 3 MOE และ PZero PZ4 Luxury MOE ซึ่งสองเส้นหลังติดรหัส MOE ของ Mercedes ไม่มีเส้นไหนติดรหัส Tesla และเบอร์หน้าไม่มีรันแฟลตให้จับคู่เลย ใส่ไปก็จะได้รถที่หน้ากับหลังเป็นยางคนละโครงสร้าง ร้านจึงไม่แนะนำทางนี้สำหรับ Model 3
จากสต็อกของร้าน มีเพียงเส้นเดียวที่ชื่อสินค้าระบุ T0 คือ Michelin Pilot Sport 4S 92Y Acoustic T0 เบอร์ 235/35R20 ราคา ฿11,600 ซึ่งเป็นยางล้อหน้าของรุ่น Performance ส่วน 245/35R20 ด้านหลังไม่มีเส้นไหนติด T0 เลย ล้อ 18 และ 19 นิ้วของ Long Range ก็ไม่มีเช่นกัน
T0 เป็นรหัสที่ Pirelli ระบุไว้ในรายการยางผลิตเฉพาะให้ผู้ผลิตรถว่าหมายถึง Tesla ในเบอร์ 18 นิ้วยังมี Michelin e.Primacy ST 98V Acoustic XL T2 ราคา ฿7,300 แต่เราไม่มีเอกสารผู้ผลิตยืนยันว่า T2 หมายถึงอะไร จึงไม่ขอสรุปแทน
สิ่งที่น่าสังเกตคือในเบอร์ของ Model 3 มียางติดรหัสรถค่ายอื่นปนอยู่หลายเส้น เช่น e.Primacy ST 98W VOL ที่ ฿7,900 ซึ่ง VOL เป็นรหัสของ Volvo และ PZero PZ4 Sports 94Y N1 ที่ ฿10,500 ซึ่ง N1 เป็นรหัสของ Porsche ยางเหล่านี้ใส่ได้ตามเบอร์ แต่ไม่ได้ถูกจูนมาสำหรับ Tesla
| ขนาดยาง | ตำแหน่ง | มีในสต็อก | ราคาเริ่มต้น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 235/45R18 | ทุกล้อ | 28 รุ่น | ฿3,200 ขึ้นไป | ล้อ 18 นิ้ว ใช้เบอร์เดียวทั้ง 4 ล้อ: Highland Long Range (RWD/AWD) และรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ RWD / Long Range (ข้อมูล Michelin TH) |
| 235/40R19 | ทุกล้อ | 15 รุ่น | ฿3,150 ขึ้นไป | ล้อ 19 นิ้ว ใช้เบอร์เดียวทั้ง 4 ล้อ: Highland Long Range และรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ (ข้อมูล Michelin TH) |
| 235/35R20 | ล้อหน้า | 7 รุ่น | ฿3,650 ขึ้นไป | ล้อ 20 นิ้ว รุ่น Performance ล้อหน้า ทั้ง Highland และรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ปี 2023 (Michelin TH ลงทั้ง 235/35R20 และ 245/35R20) |
| 245/35R20 | ล้อหลัง | 21 รุ่น | ฿3,000 ขึ้นไป | ล้อ 20 นิ้ว รุ่น Performance ล้อหลัง ทั้ง Highland และรุ่นก่อนไมเนอร์เชนจ์ปี 2023 ตามข้อมูล Michelin TH |
ตรวจสอบก่อนสั่งซื้อเสมอ — ขนาดยางต่างกันตามรุ่นย่อยและปีที่ผลิต วิธีที่ชัวร์ที่สุดคืออ่านตัวเลขที่แก้มยางเส้นเดิม หรือดูสติกเกอร์ที่ขอบประตูฝั่งคนขับ ถ้าไม่แน่ใจถ่ายรูปแก้มยางส่งมาทาง LINE ทีมงานอ่านให้ได้
235/45R18 มียางที่มีผลทดสอบอิสระห้ารุ่น ตัวที่ได้คะแนนรวมสูงสุดในข้อมูลของเราคือ Goodyear Eagle F1 Asymmetric 6 98Y ราคา ฿5,650 ได้ 5.0 ผลที่ยกมาได้คือชนะ AutoBild ปี 2025 อันดับ 1 จาก 21 รุ่นในเบอร์ 225/40R18 และ AutoBild ปี 2026 วัดอายุยางได้ 63,830 กม. สูงที่สุดในการทดสอบนั้น
ข้อมูลรวมจาก Tyre Reviews ระบุว่ารุ่นนี้ผ่านการทดสอบ 32 ครั้งและชนะ 8 ครั้ง จุดอ่อนที่ถูกบันทึกไว้คือการต้านลื่นไถลบนน้ำแนวตรงที่ได้อันดับท้ายในหลายการทดสอบ คนที่ขับฝ่าน้ำขังบนทางด่วนบ่อยควรรู้ข้อนี้ไว้
Bridgestone Potenza Sport 98Y ที่ ฿5,950 เป็นอีกขั้วหนึ่ง AutoBild 2025 ให้เบรกแห้งอันดับ 1 จาก 52 รุ่นที่ระยะ 32.6 ม. แต่ ADAC 2025 จัดเสียงไว้อันดับสุดท้าย 18 จาก 18 และในการทดสอบยางรถไฟฟ้าปี 2024 ความสึกอยู่อันดับ 8 จาก 8 สำหรับรถที่หนักด้วยแบตเตอรี่อย่าง Model 3 ตัวเลขความสึกนี้มีน้ำหนักมาก
Kumho Ecsta PS71 98Y ราคา ฿3,600 ได้เบรกเปียกอันดับ 1 ในการทดสอบเบรก 52 รุ่นของ AutoBild 2025 แต่ความสึกอยู่อันดับสุดท้ายในสองการทดสอบ ถูกกว่า Asymmetric 6 เส้นละ ฿2,050 แต่อาจต้องเปลี่ยนเร็วกว่า
ช่วยได้ในห้องโดยสาร แต่ไม่ได้ทำให้ตัวเลขบนป้ายยางดีขึ้น Kumho Ecsta Sport PS72 EV Foam เป็นรุ่นที่ข้อดีด้านความเงียบมีผลทดสอบของ Tire Rack ปี 2025 รองรับ ได้คะแนนนุ่มเงียบ 4.5 ราคา ฿5,000 ในเบอร์ 18 นิ้ว และ ฿5,900 ในเบอร์ 19 นิ้ว ส่วนค่าเสียงบนป้าย EU เป็นเสียงที่วัดจากภายนอกรถ โฟมจึงไม่มีผลกับค่านั้น
ข้อแลกคือยังไม่มีสำนักใดวัดอายุของ PS72 เป็นตัวเลข และมีรายงานจากผู้ใช้รถแรงสูงว่าสึกเร็ว คะแนนระยะใช้งานจึงเหลือ 2.5 ถ้าต้องการทั้งเงียบและทน Michelin Pilot Sport 5 ราคา ฿6,700 ได้นุ่มเงียบ 4.0 และการทดสอบสึกของ Dekra ที่ 12,000 กม. คาดอายุไว้ 30,595 กม. มากกว่ารุ่นอันดับสองในกลุ่ม 17% แม้เสียงในห้องจะวัดได้ 72.8 dB อยู่อันดับ 5 จาก 6 ก็ตาม
ตัวเลขนี้คือดัชนีรับน้ำหนักของยางหนึ่งเส้น ในร้านเบอร์ 18 นิ้วส่วนใหญ่เป็น 98 แต่มี 3 รายการที่เป็น 94 คือ Kumho Majesty 9 Solus TA91, Dunlop SP Sport LM705 และ Pirelli PZ4 Sports N1 เบอร์ 19 นิ้วส่วนใหญ่เป็น 96 มี PZ4 Sports N1 เส้นเดียวที่เป็น 92 ส่วนล้อ 20 นิ้วหน้าเป็น 92 เกือบทั้งหมด ยกเว้น PZ4 N1 ที่ 88
ตัวอักษรหลังตัวเลขคือระดับความเร็ว ในเบอร์ 18 นิ้วมีตั้งแต่ V, W ไปจนถึง Y ตัวอย่างที่เห็นชัดคือ Goodyear Electric Drive ที่ร้านมีทั้ง 98W และ 98Y ในราคาเดียวกัน ฿5,800 เมื่อราคาเท่ากันก็ไม่มีเหตุผลจะเลือกระดับที่ต่ำกว่า ส่วนการเลือกดัชนีรับน้ำหนักที่ต่ำกว่าเส้นเดิมติดรถ ควรเทียบกับตัวเลขบนแก้มยางเดิมก่อนทุกครั้ง เพราะ Model 3 เป็นรถที่แบตเตอรี่ทำให้น้ำหนักมาก
ขึ้นอยู่กับล้อ ถ้าเป็น 18 นิ้วและเลือก Minerva e-Speed EV ที่ถูกสุดในเบอร์นี้ ค่ายางสี่เส้นคือ 4 × ฿3,200 = ฿12,800 ถ้าเลือก Goodyear Eagle F1 Asymmetric 6 คือ 4 × ฿5,650 = ฿22,600 และ Michelin Pilot Sport 5 คือ 4 × ฿6,700 = ฿26,800 ตัวเลขนี้เป็นค่ายางอย่างเดียวตามราคาในหน้านี้
ล้อ 19 นิ้วแพงขึ้นชัดเมื่อเทียบรุ่นเดียวกัน Asymmetric 6 เบอร์ 235/40R19 อยู่ที่ ฿7,500 ต่อเส้น รวม ฿30,000 มากกว่าชุด 18 นิ้ว ฿7,400 ส่วน Pilot Sport 5 เบอร์ 19 นิ้ว ฿9,450 รวม ฿37,800
รุ่น Performance ต้องคิดเป็นคู่ ชุด Michelin Pilot Sport 4S ใช้ T0 หน้า 2 × ฿11,600 = ฿23,200 กับ 95Y หลังแบบไม่มีรหัส 2 × ฿13,200 = ฿26,400 รวม ฿49,600 ถ้าใช้ Minerva Radial F205 ทั้งคัน หน้า 2 × ฿3,650 กับหลัง 2 × ฿3,150 รวม ฿13,600 ต่างกันเกือบสี่เท่า
235/45R18 เป็นเบอร์ที่ใช้กันกว้างที่สุดในสามชุด ข้อมูลของเรามี Lexus ES ตัวถัง XZ10, Toyota Camry XV80 รุ่น HEV Premium, Honda Accord e:HEV ตัวถัง CY และ MG4 Electric ใช้เบอร์เดียวกัน เบอร์นี้จึงมีตัวเลือกมากถึง 28 รายการจาก 11 ยี่ห้อ ราคา ฿3,200-10,500
235/40R19 ใช้ร่วมกับ Porsche 911 ตัวถัง 992 เฉพาะล้อหน้า และ Volvo S60 T8 ตัวถัง SPA2 ซึ่งอธิบายได้ว่าทำไมในเบอร์นี้ถึงมียางรหัส N1, NA0, NA2 ของ Porsche และ VOL ของ Volvo ปนอยู่ ส่วน 245/35R20 ใช้เป็นล้อหน้าของ BMW 5 Series G30 M Performance, Lotus Emira และ Ferrari Roma ทั้งหมดนี้ไม่มีรันแฟลตในเบอร์ Long Range ของ Model 3 เลย
มีสามเรื่องที่ยังไม่มีข้อมูลรองรับ เรื่องแรกคือยังไม่มีผลทดสอบอิสระของ Pilot Sport 4S รุ่นที่ติด T0 แยกออกมา คะแนน 4.5 ที่เห็นมาจากการทดสอบรุ่นปกติของ AutoBild Sportscars 2024 ซึ่งพบว่าเบรกเปียก 53.40 ม. ยาวกว่ารุ่นที่หยุดได้สั้นสุดในการทดสอบนั้น 4.20 ม. หรือ 8.5% และไม่มีการวัดอายุยาง
เรื่องที่สองคือยางที่ชื่อบอกว่าออกแบบสำหรับรถไฟฟ้า เช่น Goodyear Electric Drive, Dunlop Blue Response TG (EV) และ Michelin e.Primacy ST ยังไม่มีผลทดสอบอิสระในข้อมูลของเรา จึงไม่มีคะแนนให้ เรื่องที่สามคือ Continental SportContact 7 เบอร์ 235/35R20 ที่ ADAC 2025 ให้ชนะอันดับ 1 จาก 18 รุ่นพร้อมเบรกเปียกสั้นสุด 28.4 ม. บนยางมะตอย ร้านมีเฉพาะเบอร์หน้า ยังไม่มีเบอร์หลังให้ใส่ครบคัน
ไม่ต่างในแง่ขนาด หน้าข้อมูล Model 3 ปี 2023 ของ Michelin ประเทศไทย ลงรุ่นขับหลังและ Long Range ไว้ที่ 235/45R18 98Y กับ 235/40R19 96W ส่วนรุ่น Performance ปี 2023 ลง 235/35R20 92Y กับ 245/35R20 95(Y) ซึ่งเป็นสี่เบอร์เดียวกับตารางของ Highland ด้านบน เจ้าของตัวเก่าจึงใช้ข้อมูลสต็อก ผลทดสอบ และงบประมาณในหน้านี้ได้ทั้งหมด
สิ่งที่หน้าของ Michelin ปี 2023 ไม่ได้ระบุคือตำแหน่งหน้าหรือหลังของรุ่น Performance ข้อมูลที่เราเขียนว่า 245/35R20 อยู่ล้อหลังมาจากชุดข้อมูลของ Highland ก่อนสั่งยางให้ตัว Performance รุ่นเก่า ให้อ่านเบอร์บนแก้มยางทั้งสองแกนของรถจริง ถ้าพบว่าทั้งสี่ล้อเป็น 235/35R20 เหมือนกัน ก็สั่งเบอร์เดียวทั้งคันได้ และเลข 275/30R20 ที่บางแหล่งพูดถึงไม่ปรากฏในข้อมูลของ Michelin ที่เราเปิดตรวจ
มี นี่คือภาพ Tesla Model 3 ของลูกค้าที่มาติดตั้งที่ร้านจริง 4 ภาพ




อัปเดตราคาและสต็อกล่าสุด 3 ตุลาคม 2569 · ราคาที่แสดงเป็นราคาต่อเส้น ยังไม่รวมค่าติดตั้ง ถ่วงล้อ และจุ๊บลม กรุณายืนยันราคาสุทธิและสต็อกกับทีมงานทาง LINE ก่อนสั่งซื้อ · คะแนนแต่ละรุ่นอ้างอิงผลทดสอบอิสระจากต่างประเทศและป้าย EU Tyre Label รุ่นที่ยังไม่มีผลทดสอบยืนยันได้ เราจะไม่แสดงคะแนน