Nissan March 1.2 รุ่น K13 ในไทยใช้ยางสองเบอร์ เกรด S, E และ EL ใช้ 165/70R14 บนล้อเหล็ก 14 x 5.5J ส่วนเกรด V และ VL ใช้ 175/60R15 บนล้ออัลลอย 15 x 5.5J ตามสเปกชีตภาษาไทยของนิสสันปี 2013 ทุกเบอร์ใส่เท่ากันทั้งสี่ล้อ
March K13 1.2 HR12DE (สเปกไทย ปี 2013)

สเปกชีตปี 2013 เรียงหกคอลัมน์ S เกียร์ธรรมดา, E เกียร์ธรรมดา, E XTRONIC CVT, EL, V และ VL สี่คอลัมน์แรกใช้ยาง 165/70R14 บนล้อเหล็กขนาด 14 นิ้ว กว้าง 5.5J โดยเกรดล่างมีฝาครอบดุมล้อและเกรดถัดขึ้นมามีฝาครอบเต็มวง สองคอลัมน์ท้ายคือ V และ VL ใช้ล้ออัลลอย 15 นิ้วกว้าง 5.5J กับยาง 175/60R15
วิธีแยกง่าย ๆ คือดูล้อ ถ้าเป็นล้อเหล็กมีฝาครอบพลาสติกคือกลุ่ม 14 นิ้ว ถ้าเป็นล้ออัลลอยเดิมจากโรงงานคือกลุ่ม 15 นิ้ว แต่ถ้ารถเปลี่ยนล้อมาแล้ว ให้ดูตัวเลขบนแก้มยางเส้นที่ใช้อยู่แทน
ตอนนี้ในระบบมี 2 รุ่น คือ Dunlop SP TOURING R1 ดัชนี 81H ราคา ฿2,100 และ Michelin ENERGY XM2+ ดัชนี 81T ราคา ฿3,150 เบอร์นี้ยังไม่มีหน้ารวมไซซ์ในเว็บเพราะจำนวนสินค้ายังไม่ถึงเกณฑ์ แต่ทั้งสองรุ่นสั่งซื้อได้ปกติ
สองรุ่นนี้ต่างกันทั้งราคาและอักษรความเร็ว Dunlop เป็น H ซึ่งรองรับความเร็วสูงกว่า T ของ Michelin แต่สำหรับรถเครื่อง 1.2 ลิตร ทั้งสองระดับเกินความเร็วใช้งานจริงอยู่แล้ว ส่วนต่าง ฿1,050 ต่อเส้นจึงเป็นเรื่องแบรนด์และเนื้อยางมากกว่า ถ้าต้องการยี่ห้ออื่นที่ไม่อยู่ในรายการ ทักไลน์ให้ร้านเช็คคิวสั่งเข้าได้
หาได้ ในระบบมี 2 รุ่น คือ Hankook KINERGY ECO2 K435 ราคา ฿2,300 และ Dunlop ENASAVE EC300+ ดัชนี 81H ราคา ฿2,500 ราคาสองรุ่นห่างกันแค่ ฿200 ต่อเส้น ต่างจากเบอร์ 14 นิ้วที่ราคาสองรุ่นห่างกันถึง ฿1,050
ในข้อมูลของเว็บยังไม่พบรถคันอื่นที่ใช้ 175/60R15 เป็นยางติดรถ และสต็อกของเบอร์นี้ตอนนี้มีเพียงสองรุ่น ถ้าต้องการเปลี่ยนสี่เส้นพร้อมกันและอยากได้รุ่นเดียวกันทั้งชุด ควรทักไลน์ยืนยันจำนวนของก่อนเข้าร้าน
ต่างกันที่ความกว้างและความสูงแก้ม แต่วงนอกเกือบเท่ากัน คำนวณจากตัวเลขบนแก้มยาง 165/70R14 มีเส้นผ่านศูนย์กลางราว 587 มม. ส่วน 175/60R15 ราว 591 มม. ห่างกันราว 4 มม. เท่านั้น หน้ายาง 15 นิ้วกว้างกว่า 10 มม. ขณะที่แก้มยางเตี้ยลงจากราว 116 มม. เหลือราว 105 มม.
ในทางใช้งาน แก้มที่สูงกว่าของยาง 14 นิ้วช่วยซับแรงกระแทกจากหลุมและขอบทางได้มากกว่า ส่วนยาง 15 นิ้วที่กว้างกว่าให้หน้าสัมผัสถนนมากขึ้น วงนอกที่ใกล้กันทำให้การอ่านความเร็วของรถสองกลุ่มเกรดแทบไม่ต่างกัน
| ขนาดยาง | ตำแหน่ง | มีในสต็อก | ราคาเริ่มต้น | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|
| 165/70R14 | ทุกล้อ | 2 รุ่น | ฿2,100 ขึ้นไป · ทักไลน์เช็คได้ | S / E (MT และ CVT) / EL ล้อเหล็ก 14 x 5.5J |
| 175/60R15 | ทุกล้อ | 2 รุ่น | ฿2,300 ขึ้นไป · ทักไลน์เช็คได้ | V / VL ล้ออัลลอย 15 x 5.5J |
ตรวจสอบก่อนสั่งซื้อเสมอ — ขนาดยางต่างกันตามรุ่นย่อยและปีที่ผลิต วิธีที่ชัวร์ที่สุดคืออ่านตัวเลขที่แก้มยางเส้นเดิม หรือดูสติกเกอร์ที่ขอบประตูฝั่งคนขับ ถ้าไม่แน่ใจถ่ายรูปแก้มยางส่งมาทาง LINE ทีมงานอ่านให้ได้
ถ่ายรูปแก้มยางเดิมส่งมาทาง LINE ทีมงานอ่านขนาดและเช็คสต็อกให้ทันที
ในตัวถังเดียวกันนิสสันใช้ทั้งล้อ 14 x 5.5J และ 15 x 5.5J อยู่แล้ว และวงนอกของยางสองเบอร์ต่างกันราว 4 มม. การเปลี่ยนจึงอยู่ในกรอบของรถรุ่นนี้ แต่ต้องเปลี่ยนกระทะล้อเป็นขอบ 15 ทั้งชุด เพราะยาง 175/60R15 ใส่กระทะขอบ 14 ไม่ได้
ถ้าคิดแค่ค่ายาง ชุด 15 นิ้วถูกสุดในระบบรวมราว ฿9,200 ต่อสี่เส้น แพงกว่าชุด 14 นิ้วที่ถูกสุด ฿800 แต่ต้องบวกค่ากระทะล้ออีกก้อน สำหรับคนที่ขับในเมืองและอยากได้ความนุ่ม การอยู่กับล้อ 14 นิ้วเดิมก็มีเหตุผล
เพราะเป็นเอกสารภาษาไทยของนิสสันที่อ่านตารางยางได้ครบทุกเกรดในไฟล์เดียว เป็นไฟล์บนเว็บ nissan.co.th ที่ Wayback Machine เก็บไว้ในปี 2013 ตารางระบุขนาดยาง ขนาดล้อ และชนิดล้อแยกตามเกรดชัดเจน จึงใช้ยืนยันได้ตรงกว่าข้อมูลจากแหล่งรวม
March รุ่น K13 อยู่ในตลาดหลายปีและมีการปรับเกรดย่อยหลังจากนั้น ชื่อเกรดของรถปีหลังอาจไม่ตรงกับหกเกรดในเอกสารปี 2013 ถ้ารถคุณเป็นปีท้าย ๆ ให้ยึดเบอร์บนแก้มยางเดิมเป็นหลัก หน้าเดิมเคยอ้างข้อมูลปีหลังจากแหล่งอื่นไว้ด้วย แต่รอบนี้ยังไม่ได้ตรวจซ้ำจึงไม่นำมาใส่
ยางทั้งสี่รุ่นที่มีในระบบสำหรับสองเบอร์นี้เป็นดัชนี 81 ยกเว้น KINERGY ECO2 ที่ชื่อสินค้าไม่ได้ระบุดัชนี สเปกชีตของนิสสันไม่ได้พิมพ์ดัชนีรับน้ำหนักไว้ วิธีที่ถูกคือเทียบกับตัวเลขบนแก้มยางเส้นเดิม ถ้ายางใหม่มีดัชนีเท่ากันหรือสูงกว่าก็ใช้ได้
สเปกชีตระบุน้ำหนักรถโดยประมาณ 867 กก. สำหรับ S เกียร์ธรรมดา ไปจนถึง 968 กก. สำหรับ VL ถ้ารถบรรทุกผู้โดยสารเต็มคันเป็นประจำ ให้ดูแรงดันลมตามสติกเกอร์ขอบประตูของรถเอง ไม่ต้องไปอิงตัวเลขบนแก้มยาง
เกรดล้อ 14 นิ้วถ้าเลือก Dunlop SP TOURING R1 รวมราว ฿8,400 ถ้าเลือก Michelin ENERGY XM2+ รวมราว ฿12,600 ส่วนเกรดล้อ 15 นิ้วอยู่ในช่วงแคบกว่า Hankook KINERGY ECO2 รวมราว ฿9,200 และ Dunlop ENASAVE EC300+ รวมราว ฿10,000
ราคาเหล่านี้คิดจากราคาต่อเส้นในระบบตอนนี้ ยังไม่รวมค่าถ่วงล้อและค่าบริการ ถ้างบจำกัดและยางหน้ายังเหลือดอกมาก จะเปลี่ยนทีละคู่ก็ได้ แต่ควรใช้รุ่นเดียวกันในเพลาเดียวกันเสมอ ทักไลน์เพื่อยืนยันราคาล่าสุดได้
สเปกชีตระบุช่วงล่างหน้าแมคเฟอร์สันสตรัท หลังทอร์ชันบีม เบรกหน้าเป็นดิสก์มีช่องระบายความร้อน เบรกหลังเป็นดรัม รัศมีวงเลี้ยว 4.5 ม. และระยะต่ำสุดจากพื้น 141 มม. รถเลี้ยวแคบและใช้ในเมืองเป็นหลัก ยางจึงเจอการเลี้ยวหักมุมและจอดชิดขอบทางบ่อย
สิ่งที่ควรตรวจเวลาเปลี่ยนยางคือขอบไหล่ยางด้านนอกของล้อหน้า ซึ่งรับแรงตอนเลี้ยวมากกว่า และแก้มยางที่อาจถูกขอบทางเสียดสี ตัวรถยาว 3,780 มม. ฐานล้อ 2,450 มม. เครื่องยนต์ HR12DE สามสูบ 1,198 ซีซี แรงบิด 106 นิวตันเมตร ถ้ายางจอดตากแดดเป็นประจำ ให้ดูรอยแตกลายงาบนแก้มยางควบคู่กับความลึกดอก
อัปเดตราคาและสต็อกล่าสุด 3 ตุลาคม 2569 · ราคาที่แสดงเป็นราคาต่อเส้น ยังไม่รวมค่าติดตั้ง ถ่วงล้อ และจุ๊บลม กรุณายืนยันราคาสุทธิและสต็อกกับทีมงานทาง LINE ก่อนสั่งซื้อ · คะแนนแต่ละรุ่นอ้างอิงผลทดสอบอิสระจากต่างประเทศและป้าย EU Tyre Label รุ่นที่ยังไม่มีผลทดสอบยืนยันได้ เราจะไม่แสดงคะแนน