

รวมทุกไซซ์ของยาง BFGoodrich TRAIL TERRAIN T ที่มีในสต็อกจริง พร้อมราคาต่อเส้นและดัชนีน้ำหนัก/สปีดเรตติ้งของแต่ละเส้น
ในเรื่องที่คนขับบ้านเราใช้จริงทุกวัน คำตอบคือไม่ผ่าน เพราะการทดสอบยาง All-Terrain ของ ADAC ปี 2025 ที่เอามาเทียบกัน 8 รุ่น จัด BFGoodrich Trail-Terrain T/A ไว้อันดับ 8 จาก 8 พร้อมบันทึกว่าเป็นยางที่หนักที่สุดและแพงที่สุดในกลุ่ม และให้ความปลอดภัยน้อยที่สุดทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก
หัวข้อที่เสียคะแนนมีทั้งเบรกแห้ง เบรกเปียก การวิ่งวงกลมบนพื้นเปียก และการเหินน้ำตอนเข้าโค้ง เราจึงให้เกาะถนน 1.5 และคะแนนรวม 2.0 ส่วนที่มันทำได้ดีคือหิมะ ลูกรังและดิน ซึ่งห่างจากสภาพถนนไทยพอสมควร ตารางผลทั้งชุดอ่านต่อได้ที่ 2025 ADAC All-Terrain Tyre Test
2025 ADAC All-Terrain Tyre Test (8 รุ่น) ให้ Trail-Terrain T/A รั้งอันดับสุดท้าย 8 จาก 8 โดยระบุว่าเป็นยางที่หนักและแพงที่สุดในกลุ่ม พร้อมให้ความปลอดภัยน้อยที่สุดทั้งบนถนนเปียกและแห้ง (อ่อนทั้งเบรกแห้ง เบรกเปียก wet circle และ curved aquaplaning) จุดแข็งอยู่ที่การขับบนหิมะ/ลูกรัง/ดิน ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการใช้งานในไทย
อันดับสุดท้าย 8/8 ในกลุ่มความปลอดภัยบนถนนเปียกและแห้งของ ADAC เป็นหลักฐานตรงและแข็งแรง ให้เกาะถนน 1.5 · จุดแข็งด้านความเงียบเชิงอัตนัย (subjective noise) จากการทดสอบปี 2022/23 ให้นุ่มเงียบ 3.0 · ไม่มีตัวเลขอายุยางที่วัดได้จากผลทดสอบนี้ ใส่ null · ราคาขายในไทย 6,300-7,650 บาท อยู่ระดับกลาง-สูง สวนทางกับผลทดสอบที่แย่ที่สุดในกลุ่ม (ADAC ยังระบุว่าเป็นยางที่แพงที่สุดในกลุ่มทดสอบด้วย) จึงให้ความคุ้มค่าเพียง 1.5
ที่มา: 2025 ADAC All-Terrain Tyre Test · ผลทดสอบของรุ่นนี้โดยตรง

ตอนนี้ร้านมี Trail-Terrain T/A เพียงสองไซซ์ คือ 245/70R16 ราคา ฿6,300 ต่อเส้น กับ 265/60R18 ราคา ฿7,650 ต่อเส้น ทั้งสองรายการเป็นแก้มตัวอักษรขาว (OWL) และป้ายสินค้าแยกแหล่งผลิตไว้สองรหัส คือ 110T OWL *USA กับ 111T OWL *MX ถ้าอยากได้ล็อตใดเป็นพิเศษให้ถามก่อนสั่ง
ราคาช่วงนี้อยู่ระดับกลางค่อนบนของยางกระบะ ขณะที่ผลทดสอบอยู่ท้ายตาราง ความคุ้มค่าจึงได้แค่ 1.5 จาก 5 ตามข้อมูลที่เรามี ส่วนความนุ่มเงียบได้ 3.0 จากความเห็นเชิงอัตนัยในการทดสอบปี 2022/23 ไม่ใช่ค่าที่วัดด้วยเครื่อง
ถ้ารถวิ่งถนนลาดยางและเจอฝนเป็นส่วนใหญ่ เราไม่แนะนำ เพราะ 265/60R18 เป็นไซซ์ที่ Toyota Fortuner AN150/AN160, Hilux Revo/Travo, Isuzu MU-X RJ, D-Max RG, Pajero Sport KR/KS, Triton KS1T, Mazda BT-50 ไมเนอร์เชนจ์ และ MG Extender ใช้ร่วมกัน และเป็นไซซ์ที่แพงสุดของรุ่นนี้ แต่ ADAC ชี้ว่าเบรกเปียกอ่อนที่สุดในกลุ่ม
คนที่ยังเลือกได้อย่างมีเหตุผลคือสายที่ลงทางดินบ่อยจริงและชอบแก้มขาว ถ้ารถคันนี้ต้องพาครอบครัวเดินทางไกลช่วงหน้าฝน ระยะหยุดบนพื้นเปียกควรได้น้ำหนักก่อนหน้าตาของแก้มยาง
มี แต่ยังไม่มีตัวไหนที่ข้อมูลดีจนชี้ขาดได้ Dunlop GRANDTREK AT20 ขายทั้ง 245/70R16 และ 265/60R18 ราคาเริ่มต้นของรุ่น ฿3,500 คะแนนรวม 2.5 ซึ่งก็มีจุดอ่อนบนพื้นเปียกเหมือนกัน ส่วนในไซซ์ 245/70R16 ยังมี Michelin PRIMACY SUV เริ่ม ฿4,700 คะแนนรวม 3.5 จากผลแล็บ CATARC ที่ Michelin เผยแพร่
PRIMACY SUV เป็นยางสายถนนเรียบ ไม่มีดอกลุยดิน ถ้ายอมรับตรงนั้นได้ มันตอบโจทย์รถที่เจอฝนบ่อยกว่าจากข้อมูลเท่าที่มี
อัปเดตราคาและสต็อกล่าสุด 3 ตุลาคม 2569 · ราคาที่แสดงเป็นราคาต่อเส้น ยังไม่รวมค่าติดตั้ง ถ่วงล้อ และจุ๊บลม กรุณายืนยันราคาสุทธิและสต็อกกับทีมงานทาง LINE ก่อนสั่งซื้อ · คะแนนแต่ละรุ่นอ้างอิงผลทดสอบอิสระจากต่างประเทศและป้าย EU Tyre Label รุ่นที่ยังไม่มีผลทดสอบยืนยันได้ เราจะไม่แสดงคะแนน